กลิ่นอายบอลโลกจางลงไป แต่กลิ่นอายบอลลีกกำลังเคล้าคลุ้งลอยแตะจมูกเข้ามา และแม้ฤดูทำการยังไม่เปิดฉากฟาดแข้งกระนั้นคงอดพูดถึง "Hot Topic" จากเวทีพรีเมียร์ชิพไม่ได้อยู่ดี
ซูมแผนที่ไปในเมืองแมนเชสเตอร์คงมีประเด็นให้ถกให้เมาท์กันมากมาย จน
พอจับใจความได้คร่าว ๆ กับแนวทางการสร้างและทำทีมของสองเสือที่นับแต่นี้ไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้
พอจับใจความได้คร่าว ๆ กับแนวทางการสร้างและทำทีมของสองเสือที่นับแต่นี้ไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่หิวกระหายโทรฟี่จับจิตหลังไร้การสัมผัสถ้วยแชมป์มาเนิ่นนาน เลือกตามฝันตามหาเป้าหมายในแบบฉบับ "ฟาสต์ฟู๊ด"
ซีซั่นที่ผ่านมาถือว่าหยั่งเชิงกับก้าวแรก ก็นับว่าดูดีมีอนาคตกับการพลาดตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกใบสุดท้ายไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
นั่นเหมือนกับการประกาศตนกลาย ๆ ว่าข้ากำลังกลับมา
ยิ่งเวลาผ่านไปเม็ดเงินของท่านชีคยิ่งตอกย้ำความน่ากลัวของแมนซิตี้ได้เป็นอย่างดีหลังเริ่มปฏิบัติการโกย "ซูเปอร์สตาร์" เข้าฮาเร็ม
เอาแค่สองหน่อพระกาฬจากลา ลีก้า "ยาย่า ตูเร่" กับ "ดาบิด ซิลบา" ที่ว่ากันด้วยฝีเท้าล้วน ๆ แล้วไม่มีใครมองข้ามได้แน่นอน เกิดจูนติดปรับตัวได้เมื่อใหร่
"เรือใบ" คงสถาปนาตนเป็น "เรือยอร์ช" แล่นฉิวไม่เกรงอกเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งสิ้น
บวกกับของดีที่ชื่อยังไม่เตะตานักทั้ง "เฌอโรม บัวเต็ง" และ "อเล็กซานเดอร์ โคราลอฟ" ต่างตบเท่าเข้าร่วมหวังสร้างความสุขให้เหล่า "Citizens"
ในขณะที่ผมขีดเขียนมาจนถึงบรรทัดนี้ใช่ว่าการเสริมกองกำลังของเรือใบสีฟ้าจะหยุดลงแต่อย่างใด
หากไม่มีอะไรพลิกโผ "มาริโอ บาโลเตลลี่" ที่ผมประเมิณพลังและความสามารถซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัวไว้ระดับเดียวกับสุดยอดนักเตะของโลกหลาย ๆ คนคงโยกมาสวามิภักดิ์เจ้านายเก่าเป็นแน่แท้
ยิ่งหว่านพันธบัตรเป็นว่าเล่นก็ยิ่งเป็นที่อิจฉาหมันใส้ของคู่แข่ง แต่มันก็ไม่ผิดในเมื่อไม่มีกฏข้อใหนห้ามเอาไว้ และนี่ก็ไม่ใช่เคสแรกแต่อย่างใดเชลซีในยุคที่เสี่ยหมีถือครองกิจการใหม่ ๆ ก็กว้านซื้อและใช้เวลาปรุงแต่งส่วนผสมไม่นานจนทีมประสบความสำเร็จเถลิงแชมป์สมใจแฟนบอล
ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเลือกที่จะเดินในทางของตัวเองยึดถือสืบต่อกันมาเน้นไปที่ระบบเป็นสำคัญพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้แจ้งเกิด
ส่วนตลาดซื้อขายครานี้ของแมนยูไนเต็ดก็เป็นไปดังเจตนารมณ์ของบรมกุนซือเลือดวิสกี้ แม้ไม่ได้เงียบเป็นเป่าสาก กลับกันคึกคักยิ่งกว่าตลาดสดแต่อย่าลืมว่าเกือบทั้งหมดเป็นแค่ข่าว
ผมเองไม่อาจเดาใจ "ป๋าเฟอร์กี้" ได้แต่เท่าที่ติดตามแกมักมองอะไรมากกว่าหนึ่งช็อตเสมอ
มิสเตอร์ยูไนเต็ดรักสโมสรคู่บุญเหมือนกับบ้านตัวเอง เชื่อว่าตอนนี้คงรู้ดีถึงสถานภาพทางการเงินที่ลึก ๆ เงินในมือสำหรับช๊อปนักเตะอยู่ในกำมือแล้ว
เพียงแต่อย่าลืมว่าปีศาจแดงตอนนี้ ถึงจะมีเงินแต่ก็มีหนี้เช่นกัน
ถึงจะซื้อหรือไม่ซื้อแต่ป๋าคงตัดสินใจเดิมพันด้วยการสวมบทเป็นป๋าดันอีกรอบเพื่อรักษาสมดุลบัญชีของทีมและประกอบรายการ "โฮมโกรนว์" ที่กำลังเข้ามาเยือน
มีป๋านั่งคุมข้างสนามอยู่ยังไงปีศาจตนนี้ก็ยังมีลุ้นเสมอไม่หลุดวงโคจรไปก่อนพวก เพราะยูไนเต็ดโตมาด้วยระบบและแบบแผนที่เฟอร์กี้สร้างขึ้นมา
หันมามองดูของเล่นใหม่บ้างเก่าบ้างที่คาดว่าคงเข้ามามีบทบาทเยอะพอควรในปีหน้าฟ้าใหม่นี้
แฝดบราซิเลี่ยน.. "ราฟาเอล" ผู้น้องผ่านมาเยอะเจ็บมาเยอะกับขวบปีที่ผ่านพ้นไปแต่ความผิดพลาดและประสบการณ์ในการรับมือกับสองสุดยอดนักเตะอย่าง "ฟร้องค์ ริเบรี่" และ "โรนัลดินโญ่" คงทำให้เติบใหญ่ได้ไม่ยาก
"ฟาบิโอ" ผู้พี่ดวงแตกหลายครั้งเจ็บง่ายไปหน่อย แถมยังเจอ "พาทริซ เอฟร่า" กระดูกชิ้นเบ้อเริ่มขวางทางเกิดอยู่อีก หากฟ้าไม่แกล้งคงได้เรียนรู้งานเฉกเช่นน้องชาย
"กาเบรียล โอเบอร์ตอง" ที่เข้ามาสร้างความฮือฮาพักเล็ก ๆ แล้วหายเข้าไปในกลีบเมฆ กลับมาคราวนี้หนาขึ้นกว่าเดิมดูไม่ก๊องแก๊ง สปีด เทดนิค สกิลฟุตบอลหายห่วง เหลือก็แต่ลูกเปิดและการจบสกอร์ รวมถึงการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายคู่หน้าดาวรุ่งคงเป็นโอกาส "ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ" และ "เฟเดริโก้ มาเคด้า" ทั้งสองเคสน่ารักน่าลุ้นทั้งคู่ "ชิชาริโต้" ผ่านเวทีระดับโลกด้วยการกดไปสองตุง ส่วน "กิโก้" รูปร่างและเซนส์บอลเอื้อกับลีกผู้ดีพอตัว
แมนยูกับแมนซิตี้ในวันนี้เลือกเดินคนละทาง บริหารทีมกันคนละแบบฉบับ
ฟากหนึ่งเปรียบกับ "สาวไฮโซ" ก็มิปานเลือกใช้ของดีมียี่ห้อ หรูหรา มีฐานะ อีกฟากทำตัวเหมือน "นางสาวไทย" ดูดีมีสกุล แต่ก็รักเด็กเป็นชีวิตจิตใจ
อีกเกือบหนึ่งปีเต็ม ๆ เรามานั่งดูคำตอบกัน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้กับฤดูการเก็บเกี่ยวความสำเร็จ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับฤดูกาลเก็บเกี่ยวประสบการณ์
จะดำเนินไปในทิศทางใด และจบลงอย่างไร คงได้ลุ้นกันยาว ๆ ล่ะทีนี้
ก็ในเมื่อ "ทางของฉัน กับ ฝันของเธอ" มันเดินคนละเส้นทางกัน
