วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ไทยเชียร์ไทย ... ไทยเข้มแข็ง





หากไม่นับจังหวะปัญหาตรงมุมธง อันต่อเนื่องไปถึงลูกยิงสำคัญของของ"อำนาจ แก้วเขียว"ปราการหลังกัปตันทีมในช่วงท้ายเกมส์ซึ่งส่งให้"พลพรรค BG"บางกอกกล๊าสเปิดบ้านสยบความร้อนแรงของ"กิเลนผยอง"เมืองทอง ยูไนเต็ดหลังชนะในลีกมา 4 นัดรวดทำแต้มนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับ"ชลบุรี เอฟซี"เรียกว่ากระชากอารมณ์คนดูอย่างยิ่ง เสมือนกับหนังชีวิตชนิดดราม่าสุด ๆ



อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเกมส์"Big Match"นัดนึงของศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีกคงหนีไม่พ้นทัพแฟนบอลทั้งสองสโมสรที่กรูกันอัดเข้าไปอยู่ในสนาม"ลีโอ สเตเดี้ยม"จนเต็มพรืดไปหมด ไม่ว่าจะมองมุมใหนก็ละลานตาไปด้วยสาวก"กระต่ายแก้ว"และสาวก"อุลตร้า เมืองทอง"ดังปรากฏผ่านสู่สายตาชาวไทยทั่วประเทศผ่านช่อง 7 สี ที่วีเพื่อคุณ


ต้องบอกว่าเป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง เพราะเหล่าบรรดาแฟนบอลจะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลลีกบ้านเราให้ก้าวไปอยู่แถวหน้าของทวีปเอเชียได้อย่างยั่งยืน


ที่ผมกล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสำคัญหรือ"ดิสเครดิต"ส่วนอื่น ๆ อีกหลายส่วนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือทำให้กระแสฟุตบอลบ้านเราบูมได้ขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นทีมงานและเจ้าของแต่ละสโมสร เหล่าสปอนเซอร์กระเป๋าหนัก มาตรฐานของ"AFC" ตลอดจนบรรดาสื่อต่าง ๆที่ช่วยกันจุดกระแสฟุตบอลไทยจนลุกโชนเป็นที่ฮือฮาและถูกจับตามองเป็นวงกว้าง

ภาพลาง ๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบันสะท้อนเห็นได้ชัด เมื่อก่อนทำไมฟุตบอลระดับสโมสรบ้านเราถึงดูไม่มันส์ ก็ในเมื่อแฟนบอลหรือผู้เล่นคนที่ 12 ของแต่ละทีมที่เข้าไปชมหรือติดตามเชียร์นั้นมีอยู่กระปิดกระปอยเหลือเกินทำให้นักฟุตบอลขาดแรงจูงใจในการสร้างผลงานที่ดี เพราะธรรมชาติมนุษย์ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด หากได้รับกำลังใจหรือรับรู้ว่ามีกลุ่มคนอีกจำนวนไม่น้อยที่คอยหนุนหลังพวกเขาอยู่ก็จะสู้กันแบบถวายหัวทีเดียว


กระทั่ง ณ บัดนาว บอลไทยไร้ซึ่งความน่าเบื่ออีกแล้วในแง่ของ"Tactic"หรือเชิงฟุตบอลอาจพูดได้ไม่เต็มปากนัก ตรงจุดนี้ผมถือว่าปรับกันได้ไม่ยาก


มันจะต่อยอดจากการขับเคี่ยวทำผลงานของแต่ละทีมที่นับวันดูจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าไม่มีใครยอมใคร หรือโดนลบเหลี่ยมกันง่าย ๆ อีกแล้ว แต่ในแง่ของความมุ่งมั่น ความหิวกระหายในชัยชนะถือว่าสอบผ่านและได้ใจแฟนบอลเต็ม ๆ ไม่เหยาะแหยะเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตรงนี้เองที่ผมคิดว่าจะเป็นเสน่ห์ดูดแฟนบอลเข้าสนามได้อีกจำนวนมาก


อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับแฟนบอลเป็นอย่างมากนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเม็ดเงินที่เข้ามาอุ้มชูและเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้หลาย ๆ สโมสรนั้นมาจากสปอนเซอร์ที่ทยอยกันเข้ามาทำสัญญากันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง

แต่ถ้าเจาะลึงลงไปเหตุที่บรรดากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้กล้าหยิบยื่นเงินจำนวนหลักล้าน ก็เพื่อหวังจะเข้าไปตีตลาด อาศัยกลุ่มแฟนบอลในการขยายฐานลูกค้าให้กับตัวเอง


ยิ่งสโมสรใหนมีแฟนบอลจำนวนมากหรือสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะยิ่งกระตุ้นต่อมให้บรรดาสปอนเซอร์โถมเข้าหาอยากลงทุนร่วมมากเท่านั้น หรือที่ลงทุนอยู่แล้วก็อาจมีมูลค่าเพิ่มในการทำสัญญา ผลประโยชน์ลอยเข้าหาทั้งสองฝั่ง


สโมสรได้เงิน สปอนเซอร์ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ แฮปปี้ทั้งคู่ และจริงอย่างที่เขาว่า"ฟุตบอล"กับ"ธุรกิจ"กลายเป็นของคู่กันไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นตัวปฏิสัมพันธ์ในการเชื่อมโยงให้เข้าคู่กันได้อย่างลงล๊อคขนาดนี้คือ"แฟนบอล"เมื่อคนไทยหันมาเชียร์บอลไทย ลีกไทยจึงเข้มแข็งและมีทุกวันนี้ได้


ตัวผมอาจจะเป็นหนึ่งเสียงเล็ก ๆ แต่อยากตะโกนให้สุดเสียงว่า"ขอบคุณแฟนบอลมากครับไล่ตั้งแต่ทีมใน ด.2(ลีกภูมิภาค),ด.1 และสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก ที่แบ่งเวลามากู่ก้องส่งเสียงเชียร์กันในสนาม"


และสุดท้ายก็อยากเชิญชวนอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่เคยเข้ามาเชียร์ในสนาม หากมีเวลาว่างหาทีมเชียร์และหาโอกาสตบเท้าเข้าสู่สนามฟุตบอลอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี


"ประตูฟุตบอลไทยไม่เคยปิดตาย และยังคงเปิดต้อนรับพวกคุณอยู่เสมอ" รีบ ๆ เข้าน่ะเออไม่งั้นตกเทรนด์น่ะจะบอก





ขอบคุณรูปสวย ๆ จาก พี่เบน ฟรีคิก












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น